Boxed / Fluid

ADVERTISEMENT

วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

การยืนยันแบบเสียค่าใช้จ่ายบน Facebook และ Instagram ส่งผลต่อการตลาดออนไลน์!

 ระบบการยืนยันแบบเสียค่าใช้จ่ายของ Meta สำหรับ Facebook และ Instagram กำลังเริ่มเปิดให้บริการในสหรัฐอเมริกา ซึ่งประธานเจ้าหน้าที่บริษัท Mark Zuckerberg ได้ประกาศในวันศุกร์ ระบบ "Meta Verified" ที่เปิดตัวครั้งแรกในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในเดือนกุมภาพันธ์ เสนอประโยชน์อย่างเช่นสัญลักษณ์ยืนยันสีน้ำเงิน การป้องกันการลอกเลียนแบบอย่างแพร่หลาย และการเข้าถึงบริการลูกค้าโดยตรง ค่าบริการสมัครสมาชิกเริ่มต้นที่ 11.99 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับเว็บและ 14.99 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับอุปกรณ์มือถือ


การยืนยันคืออะไร?

หน้า Facebook ที่ได้รับการยืนยันและโปรไฟล์ Instagram ที่ได้รับการยืนยันจะมีสัญลักษณ์สีน้ำเงินเล็กๆ เพื่อยืนยันถึงความเป็นตัวจริงของบุคคลสาธารณะที่มีอยู่ในโลกออนไลน์ เช่น บุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง ผู้สร้างเนื้อหา หรือแบรนด์

เมื่อคุณตรงตามเกณฑ์ คุณจะมีสิทธิ์ที่จะให้หน้าหรือโปรไฟล์ของคุณได้รับการยืนยัน

คุณสิทธิ์พิเศษ

รับสติกเกอร์พิเศษบน Stories และ Reels ใน Facebook และ Instagram และเมื่อมีการให้บริการ รับ 100 ดาวต่อเดือนใน Facebook เพื่อแสดงความสนับสนุนกับผู้สร้างเนื้อหาอื่น ๆ


การป้องกันบัญชีโดยเจ้าหน้าที่

รับการป้องกันจากการลอกเลียนแบบด้วยการตรวจสอบบัญชีแบบเจ้าหน้าที่และประกันความปลอดภัยบัญชีของคุณด้วยการยืนยันตัวตนสองชั้นที่จำเป็น


การสนับสนุนบัญชีโดยตรง

ได้รับความช่วยเหลือเมื่อคุณต้องการจากบุคคลจริงในเรื่องปัญหาที่สำคัญต่อคุณในบัญชีของคุณ

วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ทำไมต้องทำ SEO ให้กับ Website ของเรา?

การทำ SEO (Search Engine Optimization) เป็นกระบวนการที่ใช้เทคนิคและกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงและปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้เข้ากับเครื่องมือการค้นหา เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสปรากฏในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา เช่น Google หรือ Bing อย่างเหมาะสมและได้รับการค้นหามากขึ้น




นี่คือเหตุผลที่คุณควรทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ:


1. เพิ่มโอกาสในการปรากฏในผลการค้นหา: การทำ SEO ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา เมื่อผู้ค้นหาค้นหาคำหลักหรือประโยคที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือเนื้อหาของคุณ การปรากฏในผลการค้นหาจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ค้นหาเข้าเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น


2. การเพิ่มการเชื่อมโยง (Backlinks): การทำ SEO ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการเชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การมีการเชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่น ๆ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของคุณในสายตาของเครื่องมือค้นหา และอาจช่วยเพิ่มอันดับในผลการค้นหาด้วย


3. การเพิ่มความน่าเชื่อถือและคุณภาพของเว็บไซต์: การทำ SEO ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีการโครงสร้างที่เหมาะสมและง่ายต่อการนำเสนอข้อมูล รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการโหลดหน้าเว็บ เว็บไซต์ที่มีการโครงสร้างที่ดีและการโหลดเร็วมักจะได้รับการพิจารณาเป็นอย่างดีจากเครื่องมือค้นหา


4. การเพิ่มปริมาณและคุณภาพการแสดงผล (Traffic): การปรับปรุง SEO ช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ผู้ค้นหาที่เข้าเว็บไซต์ของคุณผ่านการค้นหาช่องทางต่าง ๆ อาจกลายเป็นผู้เยี่ยมชมประจำหรือลูกค้าใหม่ในอนาคต


5. การสร้างความไว้วางใจและความเชื่อถือ: เมื่อเว็บไซต์ของคุณปรากฏในผลการค้นหาและมีการเชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่น ๆ ความไว้วางใจและความเชื่อถือของผู้ใช้งานอาจเพิ่มขึ้น การเป็นที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพสูงอาจช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจและติดต่อกับธุรกิจหรือบริการของคุณได้ง่ายขึ้น





ดังนั้น การทำ SEO เป็นกิจกรรมที่สำคัญในการสร้างการติดต่อและสร้างความสำเร็จให้กับเว็บไซต์ของคุณ

การตลาดโดยการลง Ads ผ่าน Programmatic ยังโอเคอยู่ไหมสำหรับตอนนี้?

 ใช่, การตลาดโดยการลง Ads ผ่าน Programmatic ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมและใช้งานอย่างกว้างขวางในวงการการตลาดในปัจจุบัน โดย Programmatic Advertising จะช่วยให้ผู้ตลาดสามารถซื้อและขายการโฆษณาออนไลน์อัตโนมัติผ่านแพลตฟอร์มการตลาดอัตโนมัติ เช่น Demand-Side Platforms (DSPs) และ Supply-Side Platforms (SSPs) โดยมีการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อทำการตัดสินใจที่ถูกต้องในการเลือกและการแสดงโฆษณาแบบเป้าหมายกลุ่มเป้าหมายที่ใช้งบประมาณได้เหมาะสม




การลง Ads ผ่าน Programmatic มีข้อดีหลายอย่าง เช่น:

1. การเป้าหมายกลุ่มเป้าหมาย: สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงได้โดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น พฤติกรรมการเรียกดูเว็บไซต์ ข้อมูลทางสังคม หรือตัวชี้วัดทางธุรกิจ

2. ความยืดหยุ่นและปรับแต่ง: สามารถปรับแก้แผนการตลาดและเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วตามผลการวิเคราะห์และการติดตามผลการโฆษณา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

3. ประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ: การตลาดผ่าน Programmatic ช่วยลดการสูญเสียงบประมาณในการโฆษณาที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ได้ผล และสามารถติดตามและวัดผลการลงทุนได้อย่างชัดเจน


นักการตลาดยังคงใช้ Programmatic Advertising เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตลาดออนไลน์ โดยสามารถรวบรวมข้อมูลลูกค้าและตัดสินใจการเลือกและการแสดงโฆษณาให้เป็นไปตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบอัตโนมัติ


ข้อเสียของ Programmatic Advertising

เช่นเดียวกับแนวโน้มในการตลาดทุกอย่าง การลงทุนใน Programmatic Advertising ยังมีข้อเสียบางอย่างที่ควรพิจารณาด้วย นี่คือข้อเสียที่อาจเกิดขึ้น:

1. ความซับซ้อน: Programmatic Advertising เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและซับซ้อนมากขึ้นเมื่อเทียบกับวิธีการโฆษณาทางด้านอื่น การติดต่อกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ การตั้งค่าและการจัดการแคมเปญอาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากกว่า

2. ความซับซ้อนของข้อมูล: Programmatic Advertising ต้องการข้อมูลเพื่อตัดสินใจในการแสดงโฆษณา แต่การใช้ข้อมูลในรูปแบบที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนอาจส่งผลให้ผลการตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

3. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: Programmatic Advertising อาจมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยข้อมูลเนื่องจากการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การสูญเสียข้อมูลลูกค้าหรือการโจมตีเชิงด้านความเป็นส่วนตัวอาจเกิดขึ้น

4. ปัญหาการแสดงโฆษณาไม่เหมาะสม: การตัดสินใจในการแสดงโฆษณาโดยอัตโนมัติอาจไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำเสมอได้ บางครั้งอาจมีการแสดงโฆษณาที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

5. การแข่งขันและการเสี่ยงของราคา: Programmatic Advertising เป็นวิธีการตลาดที่นิยมมากขึ้น การแข่งขันสูงขึ้นอาจทำให้ราคาการโฆษณาเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้งบประมาณการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก

6. ความผิดพลาดทางเทคนิค: การใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม Programmatic Advertising อาจเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคหรือปัญหาในระบบ เช่น การส่งผิดพลาดของโฆษณา การโหลดหน้าเว็บที่ช้า หรือปัญหาความเข้ากันไม่ได้ระหว่างแพลตฟอร์มต่าง ๆ

การใช้ Programmatic Advertising ต้องพิจารณาความเหมาะสมและข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นเพื่อตัดสินใจในการนำมาใช้ในกลยุทธ์การตลาดของคุณ

Customer Data Platform (CDP) คืออะไร

 Customer Data Platform (CDP) เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดเก็บและจัดการข้อมูลลูกค้า โดยรวมข้อมูลจากแหล่งที่ต่าง ๆ ในองค์กรเพื่อสร้างภาพรวมที่ครอบคลุมและครบถ้วนของลูกค้า และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการวิเคราะห์และการตัดสินใจทางธุรกิจ





CDP ช่วยให้องค์กรสามารถรวมข้อมูลจากแหล่งที่ต่าง ๆ อย่างเช่นฐานข้อมูลลูกค้า (Customer Database) แพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์ (Marketing Automation Platforms) ระบบจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM Systems) และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมของลูกค้าที่ครอบคลุมและมีความเป็นจริงมากขึ้น


คุณสมบัติหลักของ CDP รวมถึงการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากแหล่งที่ต่าง ๆ การรวมข้อมูลลูกค้าที่ซับซ้อนและหลากหลายเข้าด้วยกันในรูปแบบที่สามารถใช้งานได้ง่าย การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อให้ได้ข้อสรุปและความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น การสร้างกลยุทธ์การตลาดที่เป็นไปตามข้อมูลลูกค้า การปรับแผนการตลาด หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


CDP ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลลูกค้าที่แม่นยำและเป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการปรับแผนกลยุทธ์ทางการตลาดและการตัดสินใจทางธุรกิจ ผ่านการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ให้กับผู้บริหารและทีมงานที่เกี่ยวข้อง

Supply Side Platform (SSP) คืออะไร

 Supply Side Platform (SSP) เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในวงการโฆษณาดิจิทัล เป็นระบบที่ช่วยให้เจ้าของสื่อหรือผู้ดำเนินการเว็บไซต์สามารถจัดการและขายพื้นที่โฆษณาของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่เป็นการขายพื้นที่โฆษณาทางด้าน Display หรือ Video.



SSP ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อระหว่างผู้ขายสื่อ (publishers) กับผู้ซื้อสื่อ (advertisers) ในรูปแบบของการประมวลผลสื่อในเวลาเกือบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยลดความล่าช้าในการขายโฆษณา และเพิ่มรายได้สำหรับผู้ขายสื่อ


หลักการทำงานของ SSP คือระบบจะเชื่อมต่อกับผู้ขายสื่อผ่านการเชื่อมต่อ API (Application Programming Interface) และใช้ข้อมูลเชิงพาณิชย์ เช่น ประเภทสื่อ เวลาขายโฆษณาที่เหมาะสม ข้อมูลดาวน์โหลด และข้อมูลผู้ใช้ เพื่อคัดกรองและจัดสรรพื้นที่โฆษณาให้กับผู้ซื้อสื่อที่สนใจ


ผู้ขายสื่อสามารถตั้งราคาพื้นที่โฆษณา และกำหนดเงื่อนไขการขายได้ รวมถึงเลือกใช้ชนิดของโฆษณาที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบผู้ซื้อสื่อที่ต้องการจองโฆษณา เพื่อตรวจสอบว่าสามารถสอดคล้องกับนโยบายและข้อกำหนดของผู้ขายสื่อได้หรือไม่


ในสร้างรายได้ SSP จะคิดค่าคอมมิชชั่นจากการขายพื้นที่โฆษณาหรือค่ารับประกันการแสดงโฆษณาให้กับผู้ขายสื่อ ซึ่งจะเป็นไปตามโครงสร้างราคาที่ตกลงกันระหว่างผู้ขายสื่อและ SSP

Demand-side platform (DSP) คืออะไร

 Demand-Side Platform (DSP) เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการจัดการและซื้อสินค้าโฆษณาออนไลน์ในระดับที่กว้างขึ้น โดยส่วนใหญ่จะใช้ในการซื้อโฆษณาแบบ Real-Time Bidding (RTB) ซึ่งเป็นกระบวนการซื้อขายโฆษณาออนไลน์ที่เกิดขึ้นในเวลาจริงบนแพลตฟอร์มการเสนอราคาโฆษณาอัตโนมัติ




DSP ทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับผู้ลงโฆษณา (Advertisers) เพื่อสร้างและจัดการแคมเปญโฆษณาออนไลน์ของพวกเขา ผู้ลงโฆษณาสามารถใช้ DSP เพื่อเข้าถึงพื้นที่โฆษณาในหลายแพลตฟอร์มและสิ่งที่เรียกว่า Ad Exchange ที่นำเสนอผู้ลงโฆษณากับผู้ขายสื่อ (Publishers) ซึ่งสามารถให้พื้นที่โฆษณาสำหรับการเผยแพร่ได้


DSP ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถทำการตั้งค่าและจัดการแคมเปญโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจมีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น:


1. การเลือกเป้าหมาย (Targeting): DSP ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการด้วยการกำหนดเกณฑ์ต่าง ๆ เช่นที่อยู่ทางภูมิศาสตร์ ประสิทธิภาพการใช้งาน องค์กรที่เป็นไปได้เป็นต้น


2. การเสนอราคาโฆษณาแบบ Real-Time Bidding: DSP ทำงานร่วมกับ Ad Exchange เพื่อประมวลผลและเสนอราคาโฆษณาในเวลาจริงตามการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้และพื้นที่โฆษณา


3. การวิเคราะห์และการรายงาน (Analytics and Reporting): DSP ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลการโฆษณา เช่นจำนวนการคลิก ความถี่ในการแสดงโฆษณา และการแปลงการคลิกเป็นการกระทำที่ต้องการ เพื่อช่วยในการปรับแก้และปรับแผนการตลาดในอนาคต


DSP เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับผู้ลงโฆษณาในการจัดการและปรับแต่งแคมเปญโฆษณาออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพและผลตอบแทนที่ดีขึ้น

เบื่องานหรือเบื่อคนเอาจริงๆ

 การรู้สึกเบื่ออาจเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจเป็นเรื่องของเบื่องานหรือเบื่อคนก็ได้ ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ดังนั้นในการแก้ไขปัญหานี้อาจต้องพิจารณาและทำความเข้าใจตนเองให้ดีเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาของคุณเอง นี่คือสิ่งหนึ่งที่คุณอาจลองทำเพื่อช่วยในกระบวนการนั้น:





1. สำรวจสภาพตนเอง: พิจารณาดูว่าคุณรู้สึกเบื่อต่องานเพราะสาเหตุใด อาจจะเป็นเพราะภาระงานที่หนักหน่วง ความไม่พอใจในบรรยากาศที่ทำงาน หรืออาจเป็นเนื่องจากคุณไม่รู้สึกว่างานของคุณเป็นประโยชน์หรือสอดคล้องกับความสนใจของคุณ


2. พูดคุยกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง: ถ้าคุณรู้สึกเบื่อต่องานหรือเบื่อคนบางคนที่ทำงานอยู่ในรอบของคุณ ลองพูดคุยเปิดเผยความรู้สึกของคุณกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อค้นหาทางออกหรือแนวทางการปรับปรุงในการทำงานหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น


3. พักผ่อนและสร้างความสมดุล: ความเบื่ออาจเกิดขึ้นเมื่อคุณต้องทำงานหรือจับต้องกับบุคคลตลอดเวลา ลองหาเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมที่คุณสนใจเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและช่วยเรียกคืนความกระตือรือร้นให้กับตนเอง


4. ค้นหาความชื่นชอบใหม่: หากคุณรู้สึกเบื่อกับงานเดิมที่คุณทำอยู่ ลองสำรวจดูว่ามีงานหรือกิจกรรมใหม่ในองค์กรหรือนอกองค์กรที่คุณสนใจหรือรู้สึกตื่นเต้นต่อ อาจมีโอกาสที่คุณจะสามารถเปลี่ยนงานหรือเปิดตัวเองใหม่ได้


5. ปรึกษาคนที่มีประสบการณ์: ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะต้องการเปลี่ยนงานหรือไม่แน่ใจว่าปัญหาที่คุณพบเป็นเรื่องของคุณเอง คุณสามารถพูดคุยกับคนที่เคยประสบปัญหาคล้ายกันหรือคนที่มีประสบการณ์ในด้านงานหรือสภาพแวดล้อมการทำงานเพื่อขอคำแนะนำ


อย่าลืมว่าการรู้สึกเบื่อเป็นสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นกับคนทุกคน แต่สำคัญที่สุดคือการรับรู้และจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ให้ดีเพื่อให้คุณสามารถค้นหาความสมดุลในการทำงานและชีวิตอื่นๆ ไ

 
Copyright เปี้ยว All Rights Reserved